3 เทคนิคง่ายๆ เพื่อการถ่ายภาพสวนสัตว์ได้ดียิ่งขึ้น

Beginner

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับการใช้กล้องและเลนส์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทริปเที่ยวสวนสัตว์ครั้งต่อไปของคุณ สิ่งที่คุณต้องมีคือ กล้องกับเลนส์เทเลโฟโต้ (เรื่องโดย: Yurika Terashima นิตยสารกล้องดิจิทัล/ สถานที่: สวนสัตว์โยโกฮะมะ ซูระเซีย)

EOS R6 Mark II/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 500 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/80 วินาที)/ ISO 200

& Digital Camera Magazine& Yurika Terashima

เผยแพร่เมื่อ 18 October 2023 อัปเดตเมื่อ 29 January 2026

ระยะเวลาในการอ่าน

  • 0
  • 0
  • 0

 

1. ถ่ายภาพโคลสอัพให้สวยดั่งใจด้วยการตั้งค่าโหมด AF ที่เหมาะสม

สวนสัตว์เต็มไปด้วยโอกาสในการถ่ายภาพมากมายหลายแบบ แต่ภาพประเภทหนึ่งที่คุณจะต้องอยากถ่ายให้ได้คือ ภาพโคลสอัพ ไม่ว่าสัตว์จะกินอาหาร เหยียดแข้งเหยียดขา ทำพฤติกรรมประสาสัตว์ หรือแสดงอารมณ์คล้ายมนุษย์จนน่าตกใจ การถ่ายภาพโคลสอัพเป็นวิธีหนึ่งในการจับภาพท่าทางและการแสดงออกของสัตว์อย่างตรงไปตรงมาและน่าประทับใจ

การจับโฟกัสอย่างแม่นยำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉากลักษณะนี้ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้แต่การถ่ายภาพช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็อาจใช้ไม่ได้ หากไม่มีความคมชัดในจุดที่ควรจะเป็น ต่อไปนี้คือวิธีที่คุณสามารถตั้งค่าโฟกัสอัตโนมัติ (AF) ของกล้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการถ่ายภาพให้สำเร็จได้มากยิ่งขึ้น!


เคล็ดลับที่ 1: เปิดใช้งานฟังก์ชั่น Animal Detection AF

ฟังก์ชั่น Animal Detection AF ในกล้องซีรีย์ EOS R รุ่นใหม่ๆ ได้รับการฝึกฝนผ่านเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ทำให้สามารถตรวจจับใบหน้า ศีรษะ ดวงตา และลำตัวของสุนัข แมว และนกได้ ในกล้องบางรุ่น เช่น EOS R8 และ EOS R6 Mark II ฟังก์ชั่นนี้จะสามารถตรวจจับม้าได้อีกด้วย เมื่อคุณตั้งค่า “เป้าหมายที่ตรวจจับ” เป็น “สัตว์” กล้องจะให้ความสำคัญกับสัตว์ก่อน แม้ว่าจะมีมนุษย์หรือยานพาหนะอยู่ในเฟรมภาพก็ตาม


เคล็ดลับที่ 2: สลับใช้โหมดพื้นที่ AF ต่างๆ ตามสถานการณ์

พื้นที่ AF กว้างๆ เช่น หนึ่งในโหมดขยายพื้นที่ AF จะใช้ได้ผลดีกว่าหากถ่ายภาพสัตว์ทั้งตัวหรือทั้งฝูงดังเช่นในภาพด้านบน

หากมีสิ่งกีดขวางอย่างรั้วหรือกรงอยู่ตรงหน้า ให้ใช้โหมดพื้นที่ AF ที่มีความแม่นยำขึ้น เช่น AF จุดเล็ก หรือ AF จุดเดียว เพราะการใช้พื้นที่ AF กว้างๆ อาจทำให้โฟกัสไปที่สิ่งกีดขวางแทน แต่หากต้องการจับภาพฝูงสัตว์ให้อยู่ในโฟกัส ให้สลับไปใช้โหมดพื้นที่ AF ที่กว้างขึ้น เช่น โหมดโซน AF แบบยืดหยุ่น หรือโหมดขยายพื้นที่ AF

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดพื้นที่ AF และการตั้งค่า AF ได้ใน
5 เคล็ดลับเพื่อการตรวจจับและติดตามตัวแบบที่ดียิ่งขึ้น


เคล็ดลับที่ 3: ใช้โหมด Servo AF เพื่อติดตามสัตว์ที่เคลื่อนไหว

จากแบบนี้…

Servo AF จะติดตามตัวแบบแม้แต่เวลาที่พวกมันเคลื่อนไหว คุณจึงมั่นใจได้ว่าโฟกัสจะอยู่ในตำแหน่งที่คุณต้องการเสมอ…

…เป็นแบบนี้

…ในจังหวะอันสมบูรณ์แบบเมื่อคุณกดปุ่มชัตเตอร์

หากสัตว์กำลังเคลื่อนไหว ให้ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณกำลังใช้โหมด Servo AF โหมดนี้มีประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในการติดตามตัวแบบ โดยจะติดตามสัตว์ไปได้ทุกที่ทั้งทั่วพื้นที่ AF (100% ของพื้นที่ภาพในกล้องส่วนใหญ่เมื่อใช้เลนส์ที่เข้ากันได้) ทำให้มีความยืดหยุ่นอย่างมากในการถ่ายภาพแม้ว่าคุณจะต้องเปลี่ยนองค์ประกอบภาพก็ตาม


ฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์: ชัตเตอร์เงียบ

ฟังก์ชั่นชัตเตอร์เงียบไม่เพียงแต่ปิดเสียงลั่นชัตเตอร์เท่านั้น แต่ยังปิดแหล่งกำเนิดแสงและเสียงอื่นๆ ด้วย เช่น เสียงระบบสัมผัส ไฟและเสียงตัวตั้งเวลา แสงไฟช่วยปรับโฟกัส และการยิงแฟลช จึงช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพได้โดยไม่เป็นจุดสนใจในระหว่างเวลาให้อาหารสัตว์หรือช่วงกิจกรรมอื่นๆ ของสวนสัตว์

แฟลชและแสงไฟช่วยปรับโฟกัสอาจทำให้สัตว์บางชนิดเกิดความเครียดและเกิดปฏิกิริยาที่คาดเดาไม่ได้หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย การปิดใช้งานฟังก์ชั่นดังกล่าวจึงมีประโยชน์ถึงสองต่อ

 

2. ใช้ทางยาวโฟกัสที่ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้ถ่ายติดรั้วตาข่าย

EOS R6 Mark II/ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM/ FL: 500 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/640 วินาที)/ ISO 200

กรงมากมายในสวนสัตว์มีลวดตาข่ายล้อมรอบ ซึ่งจะปรากฏเป็นเส้นสีดำในภาพถ่ายหากคุณถ่ายผ่านรั้วแบบปกติ วิธีถ่ายภาพสัตว์ในกรงให้ออกมาสวยงามปราศจากเส้นดังกล่าว

1. ตั้งรูรับแสงให้กว้างที่สุด (ค่า f ต่ำที่สุด) เท่าที่จะทำได้
2. ใช้ทางยาวโฟกัสที่ยาวที่สุดในเลนส์ของคุณ
3. เล็งกล้องให้เลนส์อยู่ใกล้กับรั้วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะจะช่วยเบลอลวดตาข่ายให้ดูเด่นชัดน้อยลงหรือมองไม่เห็นเลย

การตั้งค่ารูรับแสงแคบ

รั้วตาข่ายปรากฏเป็นเส้นสีดำบดบังสิงโต

การตั้งค่ารูรับแสงกว้าง

ถ่ายโดยใช้ทางยาวโฟกัสเท่ากับภาพตัวอย่างก่อนหน้า การตั้งค่ารูรับแสงที่กว้างขึ้นทำให้รั้วตาข่ายดูเบลอและเด่นชัดน้อยลง

เคล็ดลับพิเศษ: หากสัตว์อยู่ใกล้รั้วมากเกินไป คุณจะเบลอลวดไม่ได้ผลนัก ในกรณีนี้ ให้รอจนกว่าสัตว์จะขยับตัวห่างออกไป

เรียนรู้เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคนี้ได้ใน วิธีถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์ผ่านรั้วตาข่าย


อุปกรณ์ที่แนะนำ: เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสถึง 300 มม. ขึ้นไป

เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสอย่างน้อย 300 มม. (เทียบเท่าฟูลเฟรม) เหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพประเภทนี้ เพราะจะช่วยให้คุณถ่ายภาพสัตว์แบบโคลสอัพได้ดีขึ้นและเบลอรั้วตาข่ายอย่างได้ผลมากขึ้น

เลนส์ RF100-400mm f/5.6-8 IS STM และ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM เป็นตัวเลือกที่ดีทั้งคู่ ไม่เฉพาะในสวนสัตว์เท่านั้นแต่สำหรับการถ่ายภาพสัตว์ป่าโดยทั่วไปด้วย ทางยาวโฟกัสที่ยาวขึ้นและรูรับแสงกว้างสุดที่กว้างขึ้นจะช่วยได้เสมอ ดังนั้น คุณควรใช้เลนส์ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM หากเป็นไปได้

 

3. ใช้โหมดการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง + (H+) เพื่อจับภาพการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่วงท่าการเคลื่อนไหว

EOS R6 Mark II/ RF70-200mm f/2.8L IS USM/ FL: 168 มม./ Manual exposure (f/7.1, 1/640 วินาที)/ ISO 800

การจับภาพวินาทีสำคัญในสวนสัตว์อาจเป็นเรื่องท้าทายความสามารถมากกว่าที่คุณคิด! ตั้งค่าโหมดลั่นขับเคลื่อนไปที่ “ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง +” (H+) เพื่อใช้ค่าความเร็วสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในกล้องของคุณสำหรับการถ่ายภาพต่อเนื่อง วิธีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการจับภาพท่วงท่าการเคลื่อนไหวให้ออกมาสวยงามสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้

ยิ่งกล้องมีความเร็วสูงสุดในการถ่ายภาพต่อเนื่องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจับภาพการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่วงท่าการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นเท่านั้น EOS R8 EOS R6 Mark II สามารถถ่ายภาพได้สูงสุด 40 เฟรมต่อวินาที (fps)! ความเปลี่ยนแปลงในเสี้ยววินาทีเช่นนี้สามารถสร้างความแตกต่างในแง่ของความน่าประทับใจของภาพที่คุณถ่ายได้ และคุณอาจค้นพบสิ่งใหม่ๆ เวลาดูภาพนั้นอีกด้วย


เคล็ดลับ: ใช้โหมดการถ่ายภาพต่อเนื่องให้ถูกจังหวะ อย่ากดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้!

แม้ว่าคุณจะนึกอยากกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องมากแค่ไหน แต่กล้องของคุณไม่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง กล้องจะหยุดถ่ายภาพและหันไปวุ่นกับการบันทึกภาพลงในการ์ดหน่วยความจำ คุณจะไม่สามารถลั่นปุ่มชัตเตอร์ได้ในระหว่างนั้น ซึ่งอาจเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ได้!

ระยะเวลาในการถ่ายภาพต่อเนื่องแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น กล้อง การ์ดหน่วยความจำ และแม้แต่แบตเตอรี่ของคุณในบางครั้ง ควบคุมการถ่ายภาพต่อเนื่องของคุณอย่างรอบคอบ โดยดูและกดชัตเตอร์ค้างไว้ตราบเท่าที่มีการเคลื่อนไหวปรากฏให้เห็นเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณลบภาพทิ้งน้อยลงเวลาที่คัดรูปในภายหลัง

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดชัตเตอร์และโหมดการถ่ายภาพต่อเนื่องได้ใน
โหมดชัตเตอร์และโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง: ควรใช้แต่ละโหมดเมื่อใด


ฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์: โหมดถ่ายต่อเนื่องแบบ RAW และการถ่ายภาพล่วงหน้า

อย่าเพิ่งกังวลไปหากคุณไม่อาจคาดเดาพฤติกรรมของสัตว์ได้ล่วงหน้า เมื่อคุณเปิดใช้งานโหมดถ่ายต่อเนื่องแบบ RAW และการถ่ายภาพล่วงหน้า กล้องจะจับภาพล่วงหน้าได้สูงสุด 0.5 วินาทีก่อนที่จะลั่นชัตเตอร์ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดนี้และวิธีการใช้ได้ที่ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้อง: การถ่ายต่อเนื่องแบบ RAW และการถ่ายภาพล่วงหน้าคืออะไร

Related Reads

วิธีถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์ผ่านรั้วตาข่าย
โหมดชัตเตอร์และโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง: ควรใช้แต่ละโหมดเมื่อใด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้อง: Servo AF

Author

Digital Camera Magazine

A monthly magazine that believes that enjoyment of photography will increase the more one learns about camera functions. It delivers news on the latest cameras and features and regularly introduces various photography techniques.Published by Impress Corporation

Yurika Terashima

When she’s not shooting editorial and commercial portraits for work, Terashima pursues her personal passion for photographing animals in zoos and hopes to visit all the zoos in the world someday. She

Join the conversation

0 ความคิดเห็น