EOS 6D Mark II ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดแตกต่างจาก EOS 6D อย่างไร ในตอนที่ 1 ของบทความ 2 ตอนต่อเนื่องนี้ เราจะมาดูการปรับปรุงสำคัญ 7 จาก 14 จุด เริ่มจากคุณสมบัติที่ด้านหน้าของกล้อง ซึ่งประกอบไปด้วยเซนเซอร์ CMOS และระบบประมวลภาพ DIGIC (ภาพโดย Ryo Ohwada และ Jiro Tateno เรื่องโดย Ryo Ohwada)

#1: เซนเซอร์ CMOS 26.2 ล้านพิกเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่
ดูเหมือน Canon ได้บรรจุเทคโนโลยีใหม่ๆ ไว้ในเซนเซอร์ CMOS ความละเอียด 26.2 ล้านพิกเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่ กล้อง EOS 6D Mark II จึงมีช่วงไดนามิกเรนจ์ที่กว้างกว่ารุ่นก่อนหน้า เมื่อซูมเข้าไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพที่ถ่ายด้วยกล้องรุ่นนี้ จะเห็นได้ชัดว่าสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างแม่นยำ
ในภาพด้านล่างนี้ ช่างภาพลดค่าความคมชัดลงในการตั้งค่าเริ่มต้น รูปแบบภาพ (มาตรฐาน) เนื่องจากความชอบส่วนตัว แต่ภาพก็ยังคงมีความคมชัดเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเซนเซอร์มีจำนวนพิกเซลสูง


EOS 6D Mark II/ EF24-105mm f/4L IS II USM/ FL: 70 มม./ Aperture-priority AE (f/8.0, 1/250 วินาที, EV±0)/ ISO 100/ WB: อัตโนมัติ
ภาพโดย Ryo Ohwada
#2: เก็บรายละเอียดได้มากกว่าด้วยความไวแสง ISO สูงและ DIGIC 7
หากต้องการขยายภาพสำหรับงานพิมพ์ขนาด A3 การใช้ความไวแสง ISO สูงถึง 6400 น่าจะทำให้ได้ภาพที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ พร้อมแสดงรายละเอียดพอประมาณ และมีจุดรบกวนในระดับที่ยอมรับได้ และสำหรับงานพิมพ์ขนาดเดียวกัน แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับฉาก แต่ความไวแสง ISO 12800 ขึ้นไปอาจทำให้มองไม่เห็นจุดรบกวนและความละเอียดภาพที่ลดลงบริเวณเส้นขอบ อย่างไรก็ตาม หากต้องการถ่ายภาพเพื่อใช้งานในบล็อกหรือโซเชียลมีเดีย คุณภาพของภาพคงไม่เป็นปัญหา แม้ว่าคุณจะถ่ายด้วย ISO 40000 ซึ่งเป็นความไวแสง ISO สูงสุดตามปกติ


EOS 6D Mark II/ EF24-105mm f/4L IS II USM/ FL: 24 มม./ Aperture-priority AE (f/5.6, 1/2 วินาที, EV-1.0)/ ISO 3200/ WB: อัตโนมัติ
ภาพโดย Ryo Ohwada
#3: ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 6.5 fps
ระบบขับเคลื่อนกระจกของกล้อง EOS 6D Mark II ได้รับการยกเครื่องใหม่ ซึ่งสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุดถึง 6.5 fps แม้จะถ่ายด้วยความละเอียด 26.2 ล้านพิกเซล ส่วนโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบเงียบที่ลดเสียงรบกวนจากกลไกการทำงานของกล้อง ยังสามารถใช้งานได้ด้วยความเร็วสูงสุด 3 fps

#4: การแก้ไขความคลาดของเลนส์ รวมถึงการแก้ไขการเลี้ยวเบน
EOS 6D Mark II มีคุณสมบัติการแก้ไขความคลาดของเลนส์เหมือนกับ EOS 5D Mark IV เช่นกัน จึงสามารถแก้ไขความคลาด ความบิดเบี้ยว และการเลี้ยวเบนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟังก์ชั่นแก้ไขการเลี้ยวเบนสามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพของภาพที่ด้อยลงจากการเลี้ยวเบน โดยเฉพาะเมื่อรูรับแสงมีขนาดเล็ก เช่น f/16
เมื่อตรวจสอบคุณภาพของภาพถ่ายที่มีการแก้ไขการเลี้ยวเบนแล้ว (เช่นตัวอย่างภาพด้านล่าง) จะสังเกตได้ว่า ขอบของวัตถุที่เบลอเพราะการเลี้ยวเบนนั้นดูคมชัดหลังการแก้ไข การแก้ไขเช่นนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อคุณโฟกัสแบบชัดลึกหรือใช้เทคนิคอื่นที่ต้องใช้รูรับแสงขนาดเล็กมาก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชั่นแก้ไขความคลาดของเลนส์ได้จากบทความต่อไปนี้:
EOS 5D Mark IV: การแก้ไขความคลาดของเลนส์ - วิเคราะห์เจาะลึก (ตอนที่ 1)
EOS 5D Mark IV: การแก้ไขความคลาดเคลื่อนของเลนส์ - วิเคราะห์เจาะลึก (ตอนที่ 2)


EOS 6D Mark II/ EF16-35mm f/2.8L III USM/ FL: 35 มม./ Aperture-priority AE (f/22, 1/40 วินาที, EV+0.3)/ ISO 400/ WB: อัตโนมัติ
ภาพโดย Ryo Ohwada
แก้ไขการเลี้ยวเบน - เปิด
แก้ไขการเลี้ยวเบน - ปิด

EOS 6D Mark II/ EF16-35mm f/2.8L III USM/ FL: 18 มม./ Manual exposure (f/16, 1/2 วินาที)/ ISO 100/ WB: แสงแดด
ภาพโดย Jiro Tateno
ถ่ายภาพด้วยโฟกัสแบบชัดลึก จุดโฟกัสอยู่ที่กึ่งกลางภาพ ซึ่งอยู่บนทะเล โดยตั้งค่ารูรับแสงไว้ที่ f/16 เพื่อให้สามารถถ่ายวัตถุทุกชิ้นในภาพได้อย่างคมชัด ไม่ว่าจะเป็นกรวดกลมเม็ดใหญ่ในส่วนโฟร์กราวด์ไปจนถึงผาหินด้านหลัง ความคลาดหรือการบิดเบี้ยวไม่ปรากฏให้เห็นเนื่องจากตั้งค่าโหมดแก้ไขความคลาดของเลนส์ไว้ที่ ‘เปิด’ นอกจากนี้ยังใช้ฟิลเตอร์ตัดแสง (ND) แบบ Graduated แบบ 2 สต็อป เนื่องจากในฉากมีความเปรียบต่างของความสว่างมาก
#5: โครงสร้างกันฝุ่นและกันหยดน้ำเพื่อความทนทานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน
ในภาพทางขวา จะเห็นว่าส่วนต่างๆ ที่มีซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นนั้นมีสีแดง ซึ่งรวมถึงช่องใส่แบตเตอรี่และฝาปิดช่องใส่การ์ดด้วย ส่วนโครงสร้างที่เป็นสีเขียวได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่า คุณจะสามารถถ่ายภาพใกล้สถานที่ต่างๆ เช่น น้ำตกหรือบริเวณที่มีฝุ่นละออง ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะได้รับความเสียหาย คุณสมบัติป้องกันฝุ่นและหยดน้ำในกล้องรุ่นนี้เทียบเท่ากับ EOS 6D เลยทีเดียว

#6: กริปจับถนัดมือ
บริเวณส่วนหน้าของตัวกล้องที่นิ้วมือของคุณจะสัมผัสเมื่อถือกล้องนั้น มีความกว้างกว่าเดิม เพื่อให้จับได้ง่ายและกระชับมือยิ่งขึ้น จึงเพิ่มความสะดวกสบายในการจับกล้อง แม้ว่าจะติดเลนส์ที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เช่น เลนส์เทเลโฟโต้ หรือเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง

#7: ผังช่องต่อรีโมทคอนโทรลที่ดียิ่งขึ้น
ในกล้องรุ่นก่อนหน้า ช่องต่อรีโมทคอนโทรลจะอยู่ทางด้านข้างของตัวกล้อง ทำให้ยากที่จะหาพบเมื่อถ่ายภาพในที่มืด เช่น การถ่ายภาพดาราศาสตร์และการถ่ายภาพยามค่ำคืน แต่ใน EOS 6D Mark II มีการย้ายช่องต่อรีโมทคอนโทรลมาอยู่ด้านหน้าเพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึง นับเป็นการปรับปรุงที่เรียบง่าย แต่ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งานขึ้นมาก

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ รวมถึงเคล็ดลับและกลเม็ดต่างๆ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาว SNAPSHOT
ลงทะเบียนตอนนี้!
Join the conversation