EOS R6 Mark II: จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหม่ของ Canon สำหรับการถ่ายภาพแบบไฮบริด
Beginner
Canon เปิดตัวกล้อง EOS R6 Mark II ไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2022 แม้ว่ากล้องรุ่นใหม่นี้จะได้ชื่อว่าเป็นทายาทของ EOS R6 ยอดนิยม แต่ก็อัดแน่นไปด้วยการพัฒนาและการปรับปรุงต่างๆ ที่ทำให้กล้องรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นไม่แพ้กัน
Snapshot
เผยแพร่เมื่อ 9 November 2022 อัปเดตเมื่อ 29 January 2026
EOS R6 มีประสิทธิภาพในการถ่ายภาพที่รวดเร็วและมีคุณภาพสูงเนื่องจากมีระบบประมวลผลภาพ DIGIC X และความสามารถในการโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ด้วยอัลกอริธึมการเรียนรู้เชิงลึกขั้นสูง คุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นบน EOS R6 Mark II ซึ่งมาพร้อมกับการปรับปรุงคุณสมบัติพื้นฐานจำนวนมาก
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้และอื่นๆ อีกมากมายทำให้ EOS R6 Mark II เป็นกล้องที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งช่างถ่ายวิดีโอและช่างถ่ายภาพนิ่ง ไม่ว่าจะมีประสบการณ์ระดับใดก็ตาม
สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง หนึ่งในการปรับปรุงที่โดดเด่นที่สุดของ EOS R6 Mark II คือความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดที่รวดเร็วขึ้นอย่างมากแม้ว่าจะใช้เซ็นเซอร์ภาพที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งมีความละเอียดสูงขึ้นถึง 24.2 ล้านพิกเซล เนื่องจากมีระบบประมวลผลภาพ DIGIC X อันทรงพลัง ที่ 40 fps ซึ่งรวดเร็วกว่า EOS R6 ถึงสองเท่า และมีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องเมื่อใช้การติดตาม AF/AE ที่รวดเร็วที่สุดในซีรีย์ EOS ทั้งหมด*1
EOS R6 Mark II ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกความเร็วระดับกลางในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้แม้ว่าจะใช้โหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (โหมด H: สูงสุดประมาณ 20; โหมด L: ประมาณ 5 fps) ซึ่งอาจเหมาะกับตัวแบบบางประเภทมากกว่า*2
ความเร็วสูงสุดในการถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์กลอยู่ที่ 12 fps เมื่อใช้การติดตาม AF/AE ซึ่งเทียบเท่า EOS R6
EOS R6 Mark II เป็นกล้อง EOS ฟูลเฟรมรุ่นแรกที่มีโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแบบ RAW ซึ่งมีการถ่ายภาพต่อเนื่องโดยใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์สูงสุด 30 fps* และบันทึกไว้ในไฟล์เดียว หากเปิดใช้งานโหมดก่อนถ่ายภาพ กล้องจะบันทึกภาพล่วงหน้าสูงสุดประมาณ 0.5 วินาทีก่อนการลั่นชัตเตอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการบันทึกช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดซึ่งเกิดขึ้นก่อนช่างภาพจะถ่ายภาพได้ทัน
EOS R6 Mark II สืบทอดแนวคิดการติดตามรูปแบบใหม่ที่นำมาใช้ใน EOS R3 ซึ่งสามารถใช้การติดตามด้วยการเรียนรู้เชิงลึกในโหมดพื้นที่ AF ได้ทั้ง 8 โหมด EOS iTR AF X ที่ปรับปรุงใหม่สามารถตรวจจับตัวแบบด้วยการแบ่งแยกคุณลักษณะ จึงสามารถตรวจจับและติดตามตัวแบบในฉากที่เคยเป็นเรื่องยากได้ เช่น ฉากที่มีการเปลี่ยนแปลงของแสงสว่างหรือมองไม่เห็นบางส่วนของตัวแบบ
หากต้องการควบคุมการโฟกัสมากขึ้น มีโหมดพื้นที่ AF ให้เลือก 8 โหมด นอกจากโหมด AF ทั่วพื้นที่ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว โหมดอื่นๆ อีก 7 โหมด ได้แก่ - AF 1 จุด ผู้ใช้เลือกตำแหน่งจุด AF ได้สูงสุดถึง 4,897 ตำแหน่ง - AF จุดเล็ก ให้พื้นที่ AF ที่เล็กกว่า AF 1 จุด เพื่อการโฟกัสแบบ Pinpoint - โหมดขยายพื้นที่ AF สองโหมด: ขยายพื้นที่ AF (บน ล่าง ซ้าย ขวา) และขยายพื้นที่ AF (รอบๆ) ใช้ AF 1 จุด และจุด AF 4 (หรือ 8) จุดที่อยู่โดยรอบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจับโฟกัสบนตัวแบบที่เคลื่อนไหว - โหมด Zone AF แบบยืดหยุ่น 3 โหมด เปิดตัวครั้งแรกในกล้อง EOS R3 แต่ในกล้อง EOS R6 Mark II นั้น ผู้ใช้สามารถกำหนดพื้นที่ AF ตามขนาดที่ต้องการได้ตั้งแต่ 9 จุด (3×3) ไปจนถึง 999 จุด (37×27) และจัดเก็บไว้ในช่องสูงสุด 3 ช่องได้
EOS R6 Mark II มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพ CMOS ฟูลเฟรม ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากเลนส์มุมกว้างอัลตร้าไวด์ได้อย่างเต็มที่ และเซ็นเซอร์ภาพฟูลเฟรมยังทำให้ถ่ายภาพที่มีระยะชัดตื้นได้ง่ายยิ่งขึ้นและแยกแบ็คกราวด์ได้อย่างยอดเยี่ยม
EOS R6 Mark II/ RF70-200mm f/2.8L IS USM/ FL: 135 มม./ Manual exposure (f/5.6, 1/125 วินาที)/ ISO 100/ WB: 5300K
นอกจากความละเอียดที่เพิ่มขึ้นเหนือ EOS R6 ซึ่งมีความละเอียดประมาณ 20.1 ล้านพิกเซลแล้ว เซ็นเซอร์ภาพรุ่นใหม่ของ EOS R6 Mark II ยังมาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลเพื่อความคมชัดแบบใหม่ ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้มีความคมชัดและการแสดงรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้น การทดสอบของ Canon แสดงให้เห็นว่า EOS R6 Mark II มีความละเอียดของภาพเทียบเท่า 30.4 ล้านพิกเซลของ EOS 5D Mark IV*
*อ้างอิงตามการประเมินแผนภูมิความละเอียดของ CIPA ตามมาตรฐาน ISO 12233 และสภาวะของรูปแบบภาพตามค่าเริ่มต้น
Digital Lens Optimizer และ DPRAW: มั่นใจได้ถึงคุณภาพของภาพที่ดีที่สุดจากกล้องโดยตรง
เช่นเดียวกับกล้องรุ่นอื่นๆ ในซีรีย์ EOS R กล้อง EOS R6 Mark II มาพร้อมกับคุณสมบัติ Digital Lens Optimizer ในตัวและการแก้ไขความคลาดของเลนส์ซึ่งใช้ข้อมูลการออกแบบเลนส์เพื่อทำแก้ไขทางดิจิทัลเกี่ยวกับปัญหาความบิดเบี้ยว ความคลาดสี การกระจายออกของแสง ปัญหาขอบมืด และปัญหาความคลาดเคลื่อนอื่นๆ ที่มาพร้อมกับเลนส์รุ่นต่างๆ เพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
การรองรับการถ่ายภาพ DPRAW ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเกี่ยวกับมุมถ่ายภาพและความละเอียดภาพได้เมื่อปรับแต่งภาพด้วยซอฟต์แวร์ Digital Photo Professional (DPP) ที่ใช้งานได้ฟรีของ Canon การปรับแสงในภาพพอร์ตเทรตและการปรับความชัดเจนของฉากหลังสามารถใช้งานได้ด้วยการประมวลผลภาพ RAW ภายในกล้อง
เช่นเดียวกับ EOS R3 กล้อง EOS R6 Mark II ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อทำให้ AWB (สมดุลแสงขาวอัตโนมัติ) มีความแม่นยำยิ่งขึ้น
IS ในตัวกล้อง: ระบบป้องกันภาพสั่นไหวสูงสุด 8 สต็อปเมื่อใช้ IS แบบประสานการควบคุม
EOS R6 Mark II มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว (IS ในตัวกล้อง) แบบตรวจจับการสั่นของเซนเซอร์ภาพซึ่งจะแก้ไขการสั่นไหวของกล้องตามการเคลื่อนที่ของกล้องใน 5 แกน เพื่อป้องกันภาพสั่นไหวแม้ว่าจะใช้เลนส์ EF/RF ที่เข้ากันได้ซึ่งไม่มี IS แบบออพติคอลในตัวก็ตาม ด้วยเลนส์ RF ที่เข้ากันได้ซึ่งมี IS แบบออพติคอล ทำให้ EOS R6 Mark II สามารถรองรับ IS แบบประสานการควบคุมซึ่งกล้องและ IS ของเลนส์จะประสานการทำงานเพื่อป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงถึง 8 สต็อปบนเลนส์รุ่นต่างๆ เช่น RF24-105mm f/4L IS USM
การบันทึกภายนอกแบบ RAW เป็น ProRes RAW ผ่านเอาต์พุตแบบ HDMI สามารถทำได้ด้วย ATOMOS Ninja V+
วิดีโอที่มีอัตราเฟรมสูงระดับ Full HD 180p
ถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นความเร็ว 1/6 ด้วยการบันทึกระดับ Full HD 180p และการเล่น 30p
ในโหมด Full HD สามารถถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นได้อย่างราบรื่นด้วยการถ่ายที่ใช้อัตราเฟรมสูง EOS R6 Mark II มีอัตราเฟรมที่เร็วขึ้นสูงสุดประมาณ 180 fps/150 fps ซึ่งหมายถึงวิดีโอที่ช้าลงถึง 6 เท่าเมื่อเล่นที่ 30p/25p
EOS R6 Mark II รองรับการแก้ไขปัญหาความยาวโฟกัสเปลี่ยนตามระยะถ่ายภาพแบบใหม่ซึ่งใช้ข้อมูลการออกแบบทางออพติคอลในการแก้ไขการเปลี่ยนมุมรับภาพที่ไม่ต้องการซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อมีการดึงโฟกัส เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ที่เข้ากันได้ คุณสมบัตินี้จะช่วยให้ควบคุมการเปลี่ยนจุดโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น จึงช่วยให้นักสร้างวิดีโอสามารถถ่ายฟุตเทจได้ตรงตามเป้าหมายในการสร้างสรรค์ของตนเอง
เนื่องจาก EOS R6 Mark II รองรับ UVC (USB Video Class) และ UAC (USB Audio Class) ผู้ใช้จึงสามารถส่งวิดีโอระดับ Full HD 30p และเสียงไปยังคอมพิวเตอร์ Windows หรือ MacOS ของตนเองได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เชื่อมต่อสาย USB* ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมควบคุม เป็นวิธีที่รวดเร็วและสะดวกในการใช้ประโยชน์จากกล้องฟูลเฟรมในการสตรีมวิดีโอแบบไลฟ์และการประชุมจากระยะไกล!
* แบบแผน/ความเร็วในการสื่อสาร UVC/UAC: USB ความเร็วสูง (USB 2.0) เท่านั้น; PTP ที่ควบคุมด้วยรีโมทรองรับ Super Speed USB (USB 3.2 เจน 2) หรือเวอร์ชันก่อนหน้า
ระยะเวลาในการบันทึกต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้น
การกำจัดขีดจำกัดในการบันทึกที่ 30 นาทีช่วยให้ EOS R6 Mark II สามารถบันทึกได้สูงสุด 6 ชั่วโมง (1.5 ชั่วโมงระหว่างการบันทึก 120p/100p; 1 ชั่วโมงระหว่างการบันทึก 180p/150p) เว้นแต่ในสถานการณ์ที่การบันทึกหยุดลงเนื่องจากความร้อนสูงเกินไป การปรับปรุงการควบคุมความร้อนช่วยให้สามารถบันทึกได้อย่างไร้ขีดจำกัดได้สูงสุด 4K UHD 30p/25p แบบไม่ครอป
โครงสร้างภายในส่วนใหญ่ของ EOS R6 Mark II ทำมาจากแมกนีเซียมอัลลอยที่แข็งแกร่งและเบา และโครงสร้างภายนอกผลิตจากเรซิ่นโพลีคาร์บอเนตที่แข็งแรงและเบา ดีไซน์ป้องกันฝุ่นและหยดน้ำช่วยให้มั่นใจได้แม้ในสถานการณ์การถ่ายภาพกลางแจ้ง
EOS R6 Mark II มีฐานเสียบมัลติฟังก์ชั่นเหมือนกับที่พบได้บน EOS R3/R5 C/R7/R10 ทำให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ เช่น Speedlite EL-5 ได้
Wi-Fi 5GHz / Bluetooth
กล้องมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งาน Wi-Fi 5GHz/2.4GHz ในตัวและเข้ากันได้กับ IEEE802.11b/g/n/a/ac ทำให้เชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้มากขึ้น การถ่ายภาพจากระยะไกลผ่านแอป Camera Connect สะดวกกว่าที่เคย
การชาร์จด้วย USB และการจ่ายไฟ
แม้ว่า EOS R6 Mark II จะมาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ LP-E6NH แต่ยังเข้ากันได้กับชุดแบตเตอรี่ LP-E6N และ LP-E6 สามารถจ่ายไฟผ่านสาย USB ที่เข้ากันได้ โดยสามารถชาร์จด้วย USB ในกล้องได้ด้วย LP-E6NH และ LP-E6N
แบตเตอรี่กริป BG-R10 (จำหน่ายแยกต่างหาก)
เช่นเดียวกับ EOS R5/R6 กล้อง EOS R6 Mark II สามารถใช้กับแบตเตอรี่กริป BG-R10 ได้ (จำหน่ายแยกต่างหาก) แบตเตอรี่กริปช่วยให้ใช้งานง่ายในระหว่างการถ่ายภาพแนวตั้ง และใช้แบตเตอรี่สองก้อน จึงช่วยเพิ่มจำนวนภาพที่สามารถถ่ายได้ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด
Join the conversation